แรงบันดาลใจ

Wabi-Sabi ความงามในความไม่สมบูรณ์แบบ

ในชีวิตเรามันจะมีทั้งเรื่องดีเกิดขึ้นและเรื่องร้ายผ่านเข้ามา ชีวิตไม่ได้สมบูรณ์แบบ สิ่งสำคัญคือเราตอบสนองต่อเรื่องเหล่านั้นยังไง ความไม่สมบูรณ์แบบเป็นพื้นฐานของ Wabi-sabi ปรัชญาของญี่ปุ่นที่ยอมรับในความไม่สมบูรณ์แบบและทำให้เราใช้ชีวิตได้เต็มที่ที่สุด

ความสวยงามคืออะไร

ความสวยงาม ความงดงาม เป็นคุณสมบัติของสิ่งต่างๆ ทั้งที่จับต้องได้และที่จับต้องไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็น คน สัตว์ สิ่งของ หรือความคิด สิ่งที่ทำให้เกิดประสบการณ์ สิ่งที่ทำให้เกิดความพึงพอใจ

ตรงข้ามกับสิ่งน่าเกลียด อัปลักษณ์ คุณสมบัติที่ไม่น่าดู ไม่เป็นที่ถูกใจ ดูแล้วไม่สบายใจ ทำให้ไม่ชอบ สิ่งที่น่าเกลียดมักจะไม่ดึงดูดใจ มักจะทำให้รู้สึกรังเกียจหรือถูกคุมคาม

สมองเราแต่ละคนปรับเปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อมได้เร็ว มองหาและเก็บข้อมูลสำคัญ ที่มันดึงดูดสายตา สิ่งที่ทำให้ชื่นชอบ อะไรก็ตามที่ทำให้เรารู้สึกพึงพอใจ ทำให้รู้สึกดีขึ้น ทำให้ยิ้มออกได้ สิ่งนั้นก็เรียกว่าสวยงาม

สิ่งที่สวยงามดูดีสำหรับบางคน อาจเป็นที่รังเกียจของอีกคน

คนที่พบกับความยากลำบาก คนที่บาดเจ็บ ทนทุกข์ แต่ก็ยังคงบอกว่าตัวเองมีชีวิตที่ดี ชีวิตคือความสวยงาม เพราะคนเหล่านั้นรู้ว่า ยิ้มหลังจากน้ำตา ฟ้าหลังฝน มักจะสวยงามเสมอ เค้ารู้ว่าชีวิตที่ลำบากยิ่งกว่านั้นเป็นยังไง

คนรักกันเห็นความงามในการใช้เวลาด้วยกัน บางคนเห็นความงามในโค้ดตอนเขียนโปรแกรม บางคนเห็นความงามผ่านงานออกแบบ บางคนเห็นความงามระหว่างการทำอาหาร คนตาบอดก็อาจเห็นความงามผ่านจินตนาการได้

ความงามเกิดขึ้นได้ยังไง

เมื่อเรามองเห็นความสวยงาม สมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการรับรู้ การคิด อารมณ์ และการให้รางวัล จะถูกกระตุ้น สมองเลือกที่จะพอใจในรูปภาพที่สวยงามมากกว่าภาพธรรมดา สมองเอนเอียงที่จะสนใจความสวยงามมากกว่าภาพที่ทำให้เกิดอารมณ์ในแง่ลบ

ความงามน่าจะคล้ายกับความสงสัย เพราะมันทำให้เราสนใจ ทำให้เกิดการรับรู้ทางอารมณ์ เตือนให้มีสติรู้ตัวว่ามีบางอย่างที่ควรค่าแก่การสนใจ หรือให้คิด เราจะเห็นว่างานศิลปะดึงความสนใจเรา ภาพที่เรามองเห็นไม่ได้เป็นเพียงแค่ลายเส้นหรือสีสัน เสียงที่เราได้ยินก็เป็นเสียงโน้ต ที่ตรึงความสนใจของเราเอาไว้ ทำให้เราพยายามหารูปแบบของมัน หรือแม้กระทั่งเติมเต็ม จินตนาการท่อนต่อไป ถ้าเราอ่านบทกวี มันก็จะทำให้เราหยุด ให้เราคิดหาความหมายของบทกวีนั้น

ความงามคือแรงกระตุ้นให้เกิดการรับรู้ ทำให้เราคิดตัดสินใจว่าอะไรมีความหมาย และอะไรที่เราไม่ต้องสนใจ

ความสงสัยอยากรู้ คือช่องว่างระหว่างสิ่งที่เรารู้กับสิ่งที่เราอยากรู้ ช่องว่างนั้นทำให้เกิดผลลัพธ์ทางอารมณ์ที่เรารู้สึกถึงมัน มันจะทำให้รู้สึกคัน การที่เราค้นหาความรู้ก็เหมือนกับการเกาให้มันหายคัน

สิ่งที่เรามองเห็นแต่อธิบายไม่ได้ว่าทำไม มันจะทำให้เราอยากเห็นมากขึ้น ความสวยงามดึงดูดความสนใจของเราได้เช่นเดียวกับความสงสัย มันเติมเต็มช่องว่าง เติมเต็มความไม่รู้ เติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไป เมื่อมีความไม่สมบูรณ์แบบ เมื่อมันมีช่องว่างอยู่ เมื่อรู้ว่ามันมีรูปแบบ มันจึงเกิดเป็นความงาม

ความงามในความไม่สมบูรณ์แบบ

เมื่อนึกถึงความสวยงาม เราก็มักจะนึกถึงรูปร่างที่สมมาตร มีรูปแบบและมีเอกลักษณ์ สมองเราเชื่อมโยงสิ่งเหล่านี้เข้าด้วยกัน และทำให้รู้สึกพึงพอใจ

เรารับรู้ว่าบางสิ่งสวยงามจากสีสัน รูปร่าง สัดส่วนที่ทำให้เราพอใจ ความงามเป็นประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับมนุษย์มานับล้านปี แนวคิดเรื่องความงาม มีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เปลี่ยนไปตามเทรนด์ ตามรสนิยมของแต่ละวัฒนธรรม แต่ก็ยังมีแนวคิดบางอย่างที่ไม่ตกยุคตกสมัย เช่น Golden ratio หรือ Fractal pattern ที่พบได้ในงานศิลปะและสถาปัตยกรรม

เมื่อนึกถึงความสวยงาม เราก็มักจะนึกถึงความสมมาตร ความสมบูรณ์ รูปแบบที่โดดเด่นของมัน ในโลกที่ความสมบูรณ์แบบคือทุกสิ่ง แนวคิดของ Wabi-sabi จึงฉีกแนวและทำให้เราเปลี่ยนมุมมองใหม่

ความหมายของ Wabi-sabi

Wabi-sabi เกิดจากคำสองคำรวมกัน คำแรกคือ Wabi เป็นความเรียบง่าย นอบน้อม ชีวิตที่ปรับให้สอดคล้องตามธรรมชาติ คนที่มีน้อยแต่พอใจมาก

Wabi เป็นความเรียบง่ายที่ลงตัว น้อยแต่มาก

Sabi เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามกาลเวลา เป็นความเปลี่ยนแปลง เป็นความจริง เรียนรู้ที่จะยอมรับวัฏจักรของธรรมชาติ ที่มันมีการเริ่มต้น เติบโตและสิ้นสุด ยอมรับในความไม่สมบูรณ์แบบที่เกิดขึ้นในระหว่างนั้น

Sabi คือความพอใจในความไม่สมบูรณ์แบบ

Wabi-sabi รวมกันจึงเป็นคำที่ทำให้รู้สึกถึงความสอดคล้องและสันติสุขที่เกิดขึ้นในความเรียบง่าย

Wabi-sabi เป็นการค้นหาความงามของความไม่สมบูรณ์แบบและความไม่สมมาตร ความหยาบ ความเรียบง่าย ทำให้ประหยัด ไม่ฟุ่มเฟือย รู้จักพอประมาณ

กี่ครั้งที่เราพยายามทำงานให้ออกมาสมบูรณ์แบบ แต่ก็ล้มเลิกไปเพียงเพราะรู้ว่ามันมีตำหนิ และรู้ว่ามันจะไม่มีทางสมบูรณ์แบบอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ ความไม่สมบูรณ์แบบถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ดูไม่ดี ดูเหมือนไม่มีความเจริญ ไม่มีพัฒนาการ

มันง่ายที่จะทำให้เรากลายเป็นคนประเภท Perfectionist ติดนิสัยคนสมบูรณ์แบบ ความสมบูรณ์แบบนำความพึงพอใจมาให้เรา แต่คุณสมบัติสมบูรณ์แบบก็ทำให้เราไม่พอใจได้ง่ายๆ เช่นกัน

คุณสมบัติสมบูรณ์เกิดขึ้นได้ง่ายๆ แทบจะติดตัวเรามาตั้งแต่เกิด ในขณะที่ ความอดทน ความมุ่งมั่น ความพยายาม ไม่ใช่คุณสมบัติที่ติดตัวเรา แต่เป็นสิ่งที่เราต้องฝึกฝนเรียนรู้

และความไม่สมบูรณ์แบบนี้เองที่ทำให้เรายังก้าวต่อไป ที่ทำให้ฝึกฝนอยู่เรื่อยๆ ทำให้ลองหลายๆ อย่าง ความรู้สึกของความไม่สมบูรณ์แบบที่คุ้นเคย ที่เราต้องทำตัวให้ชินกับมันเอาไว้

ในแต่ละวัน การยอมรับในความไม่สมบูรณ์แบบ และพยายามทำให้งานทุกงานมีคุณค่าและสำคัญ จะทำให้มองว่าเป็นสิ่งที่ต้องเอาชนะให้ได้ ทำให้กลายเป็นเรื่องที่ต้องคิด ดิ้นรน และหาทาง

ยอมรับในความไม่สมบูรณ์แบบของตัวเอง

การเลือกใช้ชีวิตโดยยึด Wabi-sabi เป็นการเลือกที่มีสติ มีสติและเลือกใช้ชีวิตเรียบง่าย

มีคนบอกไว้ว่าชีวิตเรามีสองช่วง ช่วงแรกจะเป็นการกอบโกย การสรรหาและครอบครอง ชีวิตช่วงหลังเป็นการแก้ไข ปรับเปลี่ยน จากสิ่งที่เรามีอยู่นั้น แก้ไขทำให้มันดีขึ้น

ศิลปะแบบ Kintsugi ที่ซ่อมแซมภาชนะโดยเอาทองมาปิดรอยแตก แทนที่จะซ่อนรอยแตกรอบตำหนิกลับทำให้มันโดดเด่นขึ้นมา ทำให้เห็นความงามของการเสื่อมลงตามกาลเวลา

การน้อมรับเอาวิถี Wabi-sabi ทำได้โดยการเข้าใจและยอมรับตัวเอง ยอมรับว่ามันจะไม่สมบูรณ์แบบ โดยการรักตัวเอง เริ่มต้นจากจุดที่ตัวเองอยู่ สร้างตัวจากสิ่งที่มีอยู่แล้ว

พอใจในสิ่งที่มี ยินดีในสิ่งที่ได้

Wabi-sabi เข้าใจและทำให้เกิดปัญญา ทำให้เห็นคุณค่าของความสงบ ราบรื่น ความงามในความไม่สมบูรณ์แบบ ใช้มันนำทางให้เราเดินไปในยุควัฒนธรรมวัตถุนิยมในสังคมเมืองปัจจุบัน

ปล่อยใจให้ผ่อนคลาย ช้าลงหน่อยก็ได้ ถอยหลังออกมาจากการใช้ชีวิตในโลกสมัยใหม่ แล้วค้นหาความพอใจความยินดีจากทุกสิ่งที่เราเป็น ทุกสิ่งที่เรามี ทุกสิ่งที่เราทำ

Wabi-sabi คือการเป็นตัวของตัวเองและยอมรับในความไม่สมบูรณ์ของตัวเอง

จบยังไงให้สมบูรณ์แบบ?

ความพยายามที่จะทำให้สมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ทำให้เกิดความเครียด ทำให้รู้สึกกังวล ทำให้เศร้า และหลายครั้งทำให้ด่วนตัดสิน

ปรัชญาญี่ปุ่นทำให้เราสนใจสิ่งที่ซ่อนอยู่ในชีวิตประจำวัน และยินดีกับหนทางของสิ่งที่มันเป็น แทนที่ควรจะเป็น Wabi-sabi ทำให้เห็นคุณค่าของความจริง ทำให้ความจริงมีคุณค่า

Wabi-sabi เป็นการใช้ชีวิตที่ยอมรับและเห็นคุณค่า ยอมรับในความซับซ้อนของชีวิตและในขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับคุณค่าของความเรียบง่าย

ไม่มีอะไรคงอยู่และยืนยาว ไม่มีอะไรเสร็จ ไม่มีอะไรสมบูรณ์

Like what you read? Please share it with your friends so we can get their thoughts!

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *